ประโยชน์ของหม่าล่า สมุนไพรจีน ฮวาเจียว ที่อร่อยและมีสรรพคุณมากมาย

ประโยชน์ของการบริโภคหม่าล่า จริงๆแล้วควรบอกว่าประโยชน์ของฮวาเจียวมีมากกว่าแค่รสเผ็ดของมันเอง โดยฮวาเจียวช่วยในการขับลมในลำไส้ ช่วยในการรักษาอาการหวัด และช่วยลดอาการเวียนหัวด้วย บางคนนำมาต้มดื่มเพื่อใช้เป็นยาแก้ไข้ และยังเป็นการช่วยในการขับระดับสำหรับสตรีด้วย นอกจากนี้ เม็ดฮวาเจียวยังถูกใช้เป็นส่วนประกอบของยาบำรุงหัวใจและการบำรุงเลือดในตำรับยาสมุนไพรจีนมานานแล้ว ประโยชน์ของหม่าล่า, ฮวาเจียว, และพริกไทยเสฉวน มีส่วนสนับสนุนการทำงานของระบบไหลเวียนเลือด ที่เหมาะสำหรับผู้ป่วยโรคโลหิตจาง เนื่องจากพริกไทยเสฉวนมีปริมาณธาตุเหล็กสูง ช่วยลดความเจ็บปวด ด้วยคุณสมบัติของพริกชนิดต่างๆ ที่เมื่อเราทานพริกเข้าไปร่างกายจะปล่อยสารแห่งความสุขหรือเอ็นโดรฟินออกมา ซึ่งจะช่วยบรรเทาความเจ็บปวด การกระตุ้นระบบย่อยอาหารด้วยสารแคปไซซิน (Capsaicin) ที่พบมากในพริกทุกชนิด, รวมถึงพริกไทยเสฉวน, มีประโยชน์ในการส่งเสริมการทำงานของระบบย่อยอาหาร เนื่องจากฤทธิ์ของสารนี้ช่วยกระตุ้นให้ระบบย่อยอาหารทำงานได้ดีขึ้น หม่าล่าที่ประกอบด้วยพริกไทยเสฉวนและพริกแห้งอาจมีความสามารถในการกระตุ้นการทำงานของระบบย่อยอาหารได้ เมื่อทานหม่าล่าอาจช่วยเพิ่มประสิทธิภาพให้ระบบย่อยอาหารทำงานได้อย่างเต็มประสิทธิภาพ ช่วยลดความดันโลหิตและระดับคอเลสเตอรอลด้วยสมุนไพรหลากหลายชนิดที่ผสมกันอย่างลงตัวในหม่าล่า มีสารสำคัญที่มีคุณสมบัติต้านอนุมูลอิสระ ซึ่งอาจช่วยกระตุ้นการทำงานของหัวใจให้แข็งแรงขึ้นได้ ช่วยลดความดันโลหิตและระดับคอเลสเตอรอลได้ ช่วยปรับปรุงการทำงานของหัวใจ ลดความเสี่ยงในการเกิดภาวะผิดปกติต่างๆ เช่น การป้องกันการตันของเลือดและอาการของโรคหลอดเลือดตีบ ช่วยป้องกันโรคหลอดเลือดสมองได้ดี ช่วยกระตุ้นการไหลเวียนของลมในลำไส้เพื่อกระตุ้นการเคลื่อนไหวของลำไส้ ช่วยลดอาการอักเสบในลำไส้ เพื่อป้องกันการเกิดความรู้สึกแสบท้อง และป้องกันการท้องอืดและท้องผูกได้ มีสารต้านอนุมูลอิสระช่วยเสริมความแข็งแรงของระบบภูมิคุ้มกันในร่างกาย น้ำมันหอมระเหยของพริกไทยเสฉวนนั้นมีสารต้านอนุมูลอิสระและสารเคมีอื่นๆ ที่ช่วยให้ร่างกายสามารถต้านเชื้อราและไวรัสได้ดีโดยเฉพาะ ช่วยเสริมกระดูกให้แข็งแรง ช่วยสร้างมวลกระดูก เพื่อป้องกันโรคกระดูกพรุน ช่วยให้ระบบประจำเดือนของผู้หญิงกลับมาทำงานได้ปกติ ช่วยบำรุงสายตา ทำให้จอประสาทตาแข็งแรง ลดความเสี่ยงของจอประสาทตาเสื่อม และการสูญเสียการมองเห็น สูดดมเพื่อบรรเทาอาการที่เกิดจากการวิงเวียนในศีรษะ ความเผ็ดของหม่าล่าช่วยกระตุ้นการขับเหงื่อในร่างกาย เสริมสร้างสุขภาพโดยลดอาการไข้และช่วยลดพิษร้อนในร่างกาย ช่วยบรรเทาอาการอักเสบในลำคอและช่วยขับเสมหะ […]

8 ขั้นตอนการทำ หม้อไฟหม่าหล่า กินเอง

หม้อไฟหม่าล่า

หม้อไฟแบบจีน หรือที่รู้จักกันในชื่อชาบูสไตล์จีนหรือสุกี้จีนนั้นประกอบด้วยเนื้อสัตว์ดิบต่างๆ ผัก เส้นก๋วยเตี๋ยว เต้าหู้ อาหารทะเล และเกี๊ยว ซึ่งจะจุ่มลงไปในหม้อไฟที่รับประทานร่วมกันหรือหม้อใครหม้อมันก็ได้ ในหม้อจะมีน้ำซุปร้อนๆ ที่มีรสชาติ แล้วเราก็จะใช้ตะเกียบคีบวัตถุดิบลงในน้ำซุปเพื่อให้สุก จากนั้นก็ใช้ตะเกียบหรือกระชอนตักวัตถุดิบที่สุกแล้วออกมาและรับประทานได้เลย โดยมักจะรับประทานคู่กับเครื่องเคียงเพิ่มเติมอื่นๆ เช่น น้ำซุป ข้าว หรือซอสบาร์บีคิวแบบจีน (ซึ่งก็คือน้ำจิ้มสะเต๊ะหรือน้ำจิ้มซาฉา) หม้อไฟแบบจีนใช้เนื้อสัตว์ ผัก หรือเส้นก๋วยเตี๋ยวหลายแบบแล้วแต่ความชอบของแต่ละคน แต่เดิมวัตถุดิบที่ใช้ทำหม้อไฟนั้นต่างกันไปตามแต่ละภูมิภาคของจีน เช่น คนที่อยู่ใกล้ทะเลก็จะใช้อาหารทะเล ส่วนคนที่อยู่ภายในดินแดนก็มักจะใช้เนื้อหมู เนื้อแกะ หรือเนื้อแพะ หม้อไฟแบบจีนมีต้นกำเนิดมากว่า 1,000 ปี ปัจจุบันมักจะรับประทานหม้อไฟแบบจีนกันเพื่อเฉลิมฉลองวันตรุษจีน แต่หม้อไฟแบบจีนก็เป็นอาหารที่นิยมในช่วงฤดูหนาวเช่นเดียวกัน ไปทำตามขั้นตอนการทำหม้อไฟแบบจีนกันเลย ขั้นตอน / 1 วิธีการเตรียมน้ำซุป เตรียมน้ำซุปลงในหม้อหรือกระทะจีนใหญ่ๆ ที่จะใช้ต้มวัตถุดิบหม้อไฟ วิธีการเตรียมน้ำซุปนั้นไม่มีถูกผิด เพราะฉะนั้นคุณสามารถสร้างสรรค์และออกแบบรสชาติน้ำซุปได้ตามใจชอบ ตัวอย่างวัตถุดิบที่ใช้ทำน้ำซุปก็เช่น กระดูกหมูอย่างเดียว กระดูกหมูกับน้ำกะทิ หม่าล่ารสชาติเผ็ด (มีระดับความเผ็ดให้เลือกหลายระดับ) มะเขือเทศ เครื่องแกง และมิโซะ หรือคุณอาจจะซื้อน้ำซุปกึ่งสำเร็จรูปจากร้านอาหารจีนหรือวัตถุดิบแพ็คสำเร็จรูปของร้านหม้อไฟดังๆ ตามร้านที่ขายวัตถุดิบสำหรับทำอาหารจีนโดยเฉพาะก็ได้ คุณสามารถทำน้ำซุปง่ายๆ ได้ด้วยการต้มน้ำกับกระดูกสัตว์หรือหัวปลาและใส่สมุนไพรต่างๆ (ขิง เก๋ากี้ […]

ฮวาเจียว วัตถุดิบที่ซุปหม่าล่าขาดไม่ได้

ฮวาเจียว

สมัยนี้คงไม่มีใครไม่รู้จักปิ้งย่างรสเผ็ดซ่าชาลิ้นสไตล์จีนที่มีชื่อว่า ‘หม่าล่า’ (麻辣) อย่างแน่นอน ด้วยรสชาติเผ็ดชาและกลิ่นพริกหอมฉุนอันแสนโดดเด่นที่ดันมาถูกปากคนไทยเข้าอย่างจัง จึงทำให้หม่าล่าได้กลายมาเป็นอาหารยอดฮิตติดลมบนในระยะเวลาเพียงไม่กี่ปี ทั้งปิ้งย่าง หม้อไฟ ชาบู เรียกว่าแทบทุกอย่างที่มีคำว่าหม่าล่าอยู่หน้าร้านก็มักจะได้รับความสนใจและเรียกลูกค้าได้เป็นอย่างดี  ว่ากันว่าวัฒนธรรมเผ็ดปากชาลิ้นนี้ได้กลายมาเป็นที่รู้จักในประเทศไทยผ่านปิ้งย่างยูนนานที่ชาวจีนยูนนานในอำเภอแม่สายจังหวัดเชียงรายได้ริเริ่มขึ้น ทั้งวัตถุดิบหาง่าย วิธีทำก็ไม่ยุ่งยาก มีแค่เนื้อสัตว์และผัก เสียบไม้ย่างเคลือบด้วยซอสและผงหม่าล่าก็ขายดิบขายดี จึงทำให้มีคนแห่กันเปิดร้านตามจนกลายเป็นกระแสมาถึงทุกวันนี้ แต่รู้ไหมว่าจริงๆ แล้วหม่าล่านั้นไม่ใช่ชื่ออาหาร (และไม่ใช่หมาด้วย) แต่หมายถึงการเรียกรสชาติเผ็ดร้อนและชาปลายลิ้น เพราะแท้จริงแล้วคนจีนเรียกปิ้งย่างเสียบไม้เหล่านี้ว่า ‘ซาวข่าว’ (烧烤) นั่นเอง ประเภทของ ฮวาเจียว ฮวาเจียวมีสารที่ออกฤทธิ์กระตุ้นให้ปุ่มรับสัมผัสบนลิ้นของเราสั่นสะเทือนจึงทำให้เกิดอาการชาลิ้น หากนำมาผัดหรือนำมาปรุงโดยถูกความร้อน กลิ่นรสก็จะยิ่งแรงขึ้น ในประเทศจีนมีการปลูกฮวาเจียวกระจายหลายมณฑล ซึ่งฮวาเจียวแต่ละพื้นที่ก็จะมีกลิ่นรสเฉพาะแตกต่างกันออกไป โดยสามารถแบ่งเป็น 2 ประเภท คือ สีเขียวและสีแดง ฮวาเจียวสีแดงเหมาะกับการนำไปทำปิ้งย่าง ส่วนฮวาเจียวสีเขียวเหมาะกับการใส่ในอาหารประเภทต้มและนึ่ง คนจีนเสฉวนนิยมใช้ทั้งแบบสดและแบบแห้งเป็นเครื่องปรุงรสให้กับอาหาร ใส่ทั้งเม็ดบ้างหรือนำไปบดเป็นผงละเอียดบ้าง รสและกลิ่นอาหารเสฉวนจึงมีความเผ็ดเคล้ากลิ่นหอมของฮวาเจียวเป็นหลัก ฮวาเจียวเป็นเครื่องปรุงที่อยู่ในอาหารเสฉวนเกือบทุกประเภท ทั้งต้ม ผัด ทอดและปิ้งย่าง การใส่ฮวาเจียวลงไปนอกจากจะช่วยเพิ่มความเผ็ดแล้วยังเพิ่มความอร่อยและให้รสชาติที่เป็นเอกลักษณ์กับอาหารของเสฉวนอีกด้วย คนจีนเสฉวนนิยมกินรสเผ็ดเค็มมัน เนื่องด้วยภูมิอากาศร้อนชื้น ฝนตกบ่อยๆ เขาจึงใช้ความเผ็ดร้อนจากอาหารในการขับเอาความชื้นออกจากร่างกาย ช่วยให้เลือดลมไหลเวียนดีนอกจากนี้ฮวาเจียวยังมีสรรพคุณช่วยบำรุงเลือด บำรุงหัวใจ ลดความดันในเลือดอีกด้วย (ความเชื่อในอาหารจีน เมื่ออาหารเป็นมากกว่าอาหาร) […]

วัฒนธรรมหม่าล่า ที่แปลกตา

วัฒนธรรมหม่าล่า

วัฒนธรรมหม่าล่าที่ แปลกตา เมื่อพูดถึงสุกี้หม่าล่า คุณอาจนึกถึงรสชาติที่มีความเผ็ดร้อน แต่นอกจากนี้ยังมีความแปลกในการเสิร์ฟและเครื่องปรุงรสที่น่าตื่นเต้น ในบางที่ เช่น ฮ่องกง สุกี้หม่าล่าถูกจัดเสิร์ฟบนจานพิเศษที่มีการออกแบบเฉพาะ การใช้ช้อนพับหรือคีมพับในการสับผักลงในชามพร้อมกับสุกี้หม่าล่าก็เป็นสิ่งที่น่าสนใจและแปลกตา นอกจากนี้ มีเครื่องปรุงรสและเครื่องเคียงที่มีลักษณะแปลกตา เช่น ผงพริกไทยที่มีลักษณะเป็นเม็ด หรือน้ำจิ้มที่เติมให้กับสุกี้หม่าล่าเป็นสีเขียวสดชัด วัฒนธรรมและพิธีการที่เฉพาะเจาะจง ในทุกวัฒนธรรมการรับประทานอาหารมีความสำคัญและแบบทางกายภาพที่เฉพาะเจาะจง สุกี้หม่าล่าก็ไม่แตกต่าง ในบางที่ เช่น มาเลเซีย การเสิร์ฟสุกี้หม่าล่าอาจมีการจัดวางในจานให้เรียงเป็นรูปร่างที่สื่อถึงสิ่งที่น่าเคารพ หรือใช้สีสันที่มีความเฉพาะเจาะจงแสดงถึงความอุดมสมบูรณ์และความเจริญรุ่งเรือง ในบางวัฒนธรรม เช่น ญี่ปุ่น การรับประทานสุกี้หม่าล่าอาจมีการทำพิธีและท่าทางเฉพาะเพื่อเชิดชูอาหารและแสดงความเคารพต่อสุกี้หม่าล่า อาจมีการใช้ความสง่างามของการเคลื่อนไหว เช่น การเขย่าชามหรือการพับผ้าใบในเวลารับประทาน สัญลักษณ์ทางวัฒนธรรมและความเฉพาะเจาะจง สุกี้หม่าล่าในบางวัฒนธรรมเป็นส่วนหนึ่งของสัญลักษณ์ทางวัฒนธรรม ในงานเฉลิมฉลองหรือเทศกาลสำคัญ สุกี้หม่าล่าอาจถูกเสิร์ฟในพิธีเฉพาะ เช่น ในงานเทศกาลปีใหม่จีน สุกี้หม่าล่ามัก เริ่มต้นด้วยเกมส์สุกี้หม่าล่าที่เข้ามาเปลี่ยนแปลงวัฒนธรรมการรับประทานอาหารทั่วโลกได้อย่างมหัศจรรย์ แม้ว่าสุกี้หม่าล่าจะเรียกว่า “อาหารชนิดหนึ่ง” แต่กลายเป็นแรงบันดาลใจที่ทำให้ผู้คนสัมผัสประสบการณ์ที่น่าตื่นเต้นและสนุกสนาน ทั้งในเรื่องของวิธีการเสิร์ฟที่แปลกตาและวัฒนธรรมที่เกี่ยวข้อง เมื่อพูดถึงสุกี้หม่าล่า จะไม่สามารถปล่อยเรื่องของการเสิร์ฟไปได้โดยง่าย ท่านอาจพบกับวัฒนธรรมที่แปลกตาที่มีการเสิร์ฟสุกี้หม่าล่าอย่างน่าตื่นเต้นและเป็นเอกลักษณ์ ในหนึ่งในนั้นคือการเสิร์ฟสุกี้หม่าล่าบนจานพิเศษที่มีการออกแบบเฉพาะ และถูกจัดเรียงด้วยความพิถีพิถัน การจัดเสิร์ฟด้วยรูปแบบนี้สร้างความสนใจและความตื่นเต้นในใจของผู้รับประทาน ซึ่งเป็นประสบการณ์ที่ไม่เหมือนใคร นอกจากนี้ บางวัฒนธรรมยังมีการรับประทานสุกี้หม่าล่าที่ซับซ้อนขึ้น อาจมีการใช้ช้อนพับหรือคีมพับในการสับผักและส่งเสริฟสุกี้หม่าล่าลงในชาม กระบวนการเช่นนี้เพิ่มความเป็นเอกลักษณ์และยกระดับ สุกี้หม่าล่าเป็นเมนูอาหารที่ตกแต่งด้วยรสชาติที่เข้มข้นและเครื่องเคียงที่หลากหลาย แต่ล้วนแล้วแต่รับประทานสุกี้หม่าล่าในสถานที่และวัฒนธรรมต่าง […]

หม่าล่าคือ?

หม่าล่า

หม่าล่ามีถิ่นกำเนิดในมณฑลเสฉวนที่อยู่ทางตะวันตกเฉียงใต้ของจีน เรื่องร่าวมีว่าร้านตลาดนัดกลางคืนได้สร้างสรรค์หม่าล่าขึ้นมาในช่วงศตวรรษที่ 19 เพื่อให้คนงานทาเรื่อของอุตสาหกรรมเรือที่กำลังเฟื่องฟู เนื่องจากหม่าล่าสารถทนต่อสภาพอากาศชื้นได้ดี แถมยังช่วยกลบกลิ่นคาวของวัตถุดิบต่าง ๆ เช่น ตับและไตอีกด้วย ประวัติของหม่าล่า ต้นกำเนิดที่ชัดเจนของหม่าล่ายังไม่เป็นที่แน่ชัดนักว่าเริ่มต้นจากเมื่อใดและที่ใด แต่มีแหล่งข้อมูลหลายแห่งระบุว่า น่าจะเริ่มต้นมาจากตลาดกลางคืน ที่ครัวของท่าเรือในนครฉงชิ่ง สาธารณรัฐประชาชนจีน ในช่วงศตวรรษที่ 19-20 ด้วยรสชาติที่เข้มข้น เผ็ดร้อน ให้ความรู้สึกอบอุ่น และชั้นน้ำมันหนาที่ช่วยถนอมอาหาร รวมถึงช่วยกำจัดกลิ่นคาวที่ไม่พึงประสงค์ของอาหารที่มีราคาถูกหรือกลิ่นสาบของเนื้อสัตว์ เช่น เลือดที่แข็งตัว กระเพาะและไตของเนื้อสัตว์ ทำให้มีการนำซอสหม่าล่ามาทำอาหารให้กับคนงานในท่าเรือนั่นเอง หม่าล่า  หม่าล่าเป็นซอสรสจัดที่โด่งดังจากประเทศจีน โดยทำจากเครื่องเทศต่าง ๆ ที่นำมาบดด้วยกันและเคี่ยวกับน้ำมันจนหอม ส่วนผสมที่นิยมใช่ ได้แก่ พริกไทยเสฉวน (ฮวาเจียว หรือ Sichuan peppercorns) น้ำมันพริก กระเทียม พริกแห้ง ขิง อบเชย โป๊ยกั๊ก เมล็ดเทียนข้าวเปลือก และ เมล็ดกระวานดำ สีของหม่าล่าจะแดงจัด จึงเข้ากับรสชาติที่หอมและเผ็ดร้อนเช่นกัน จนอาจทำให้ปากชา ซึ่งเป็นที่มาของชื่อ “หม่าล่า” เพราะในภาษาจีน หม่า ma […]